เที่ยวให้สนุก รู้ไว้ก่อนมาเมืองดาลัด

Dr. Alexandre Yersin คือบุคคลสำคัญของเมืองดาลัด

Dr.  Alexandre Yersin พูดไว้ว่าเขาได้รับจดหมายจาก Governor-General P. Dourmer ประมาณช่วงปี ค.ศ. 1899 ที่ต้องการให้ทาง Dr. Yersin หาสถานที่ในบริเวณภาคกลางของเวียดนาม (ซึ่งในความเป็นจริงทาง Dr. Yersin ได้ค้นพบสถานที่ไปก่อนหน้าที่จะได้รับจดหมายนี้) เพื่อที่จะสร้างเป็นสถานที่พักผ่อนโดยสถานที่พักผ่อนนี้ต้องมี การเดินทางสะดวกสบาย พื้นที่ที่เพียงพอ มีแหล่งน้ำ อุณหภูมิที่เย็นสบาย และพร้อมที่จะพัฒนาในอนาคตได้

IMG_2466

เทือกเขาลังเบียงคือสถานที่ๆมีความเหมาะสมตามเงื่อนไขข้างต้นและมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ช่วงแรกเริ่ม Dr. Yersin จึงแนะนำให้สร้างสถานที่พักผ่อนนี้ที่ Dankia (ห่างจากเมืองดาลัด 13 ก.ม. ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ) หลังจากมีสองเมืองให้ทางการฝรั่งเศสเลือกระหว่าง Dankia และ Dalat ในปี ค.ศ. 1900 นั้น ทาง Governor-General P. Dourmer จึงตัดสินใจเลือกเมืองดาลัด ในครั้งนั้นเนื่องจากเมืองดาลัดมีความเหมาะสมมากกว่า

ในปี ค.ศ. 1914 ถนนจากเมือง Phan Thiet (มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ “มุยเน่”) สร้างขึ้นมาถึงเมืองดาลัดเป็นครั้งแรก ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ได้เข้าถึงและสะดวกมากขึ้นตั้งแต่ครั้งนั้น เมืองดาลัดตั้งแต่ค้นพบครั้งนั้นใช้สำหรับคนฝรั่งเศษมาพักผ่อนเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นเมืองสำหรับคนทั่วๆไป
จนกระทั่งได้มีการตั้งที่ทำการเมืองครั้งต่อมา และมีการสร้างที่พักสำหรับผู้ว่าราชการ โรงพยาบาล สถานที่ที่สำคัญต่างๆ

หลังจากการเริ่มพัฒนาเมืองตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1914 ได้มีการสร้างถนนเพิ่มขึ้นเพื่อเข้าสู่เมืองดาลัด มีการสร้างเส้นทางรถไฟ สร้างโรงไฟฟ้า โรงงานผลิตน้ำ จนย่างเข้าสู่ปี ค.ศ. 1923 ดาลัดจึงเริ่มเป็นเมืองที่สมบูรณ์เพียบพร้อมต่อการเดินทางมาพักผ่อน และที่น่าจะกล่าวถึงการออกแบบผังเมืองของดาลัดที่ในปี ค.ศ. 1923 นักสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อ Hebrard ได้มองการไกลทางด้านการออกแบบและผังเมือง จากการออกแบบเมืองของเขาในครั้งนั้นเมืองดาลัดสามารถที่จะรองรับผู้อยู่อาศัยได้ถึงหรือมากกว่า 300,000 คน เนื่องจากเขาได้ตั้งสมมุติฐานว่าเมืองดาลัดอาจจะกลายเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งอาณานิคมของฝรั่งเศสในภูมิภาคอินโดจีน

IMG_7607

ในปี ค.ศ. 1926 เริ่มสร้างโรงเรียนมัธยมขึ้นสองโรงเรียนคือ Le Petit Lycée และเสร็จในปี ค.ศ. 1927 และโรงเรียน Le Grand Lycée ในปี ค.ศ. 1935 และทั้งสองโรงเรียนจึงได้ถูกรวมเรียกชื่อว่า Lycée Yersin เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ Dr. Yersin

การเติบโตของเมืองดาลัดเป็นไปอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่เริ่มมีการพัฒนาแบบต่อเนื่อง ในปี ค.ศ. 1923 ที่ดาลัดมีเพียงสิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้เพียง 10 หลัง จนถึงปี ค.ศ. 1945 มีที่พักแบบวิลล่าถึง 1,000 หลัง ถ้าพูดถึงจำนวนประชากรในเมืองดาลัดในปี ค.ศ. 1923 มีจำนวนเพียง 1,500 คน จนถึงปี ค.ศ. 1939 ดาลัดมีประชากรถึง 11,500 คน (ในจำนวนนี้มีคนฝรั่งเศสอยู่ 600 คน)

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ทำให้เมืองดาลัดมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องมาจากสงครามครั้งนี้การที่จะกลับไปฝรั่งเศสนั้นยากขึ้นและการนำเสบียงอาหารมาจากฝรั่งเศสมาสนับสนุนทหารที่ทำสงครามในแถบอินโดจีนก็ทำให้ยากขึ้น ดังนั้นดาลัดจึงเป็นแหล่งที่เหมาะสมในการผลิตผลและการเกษตรแบบภูมิอากาศหนาวเย็น นอกจากทางการเกษตรแล้วในปี ค.ศ. 1942 เมืองดาลัดยังถูกสร้างให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม และสามารถเริ่มเดินเครื่องได้ในอีกสองปีถัดมา

และการทำให้เมืองดาลัดเป็นแหล่งพื้นที่ในการปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาว สามารถที่จะผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภคในดาลัดแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1944 ดาลัดยังมีผลผลิตที่มากพอต่อการส่งออกไปจำหน่ายอีกด้วย

IMG_5404

ด้วยการเติบโตนี้เองทำให้ในปี ค.ศ. 1944 ความพร้อมและอุดมสมบูรณ์ของเมืองดาลัด ทางการฝรั่งเศสจึงได้ย้ายที่ทำการต่างๆในช่วงอาณานิคมของฝรั่งเศสมาอยู่ทีเมืองดาลัดแห่งนี้ทั้งหมด จนทำให้ดาลัดมีชาวตะวันตกโดยเฉพาะชาวฝรั่งเศสมากถึง 5,600 คนที่นี่

แค่อ่านมาถึงช่วงนี้ทำให้เกิดความประทำใจมากขึ้นสำหรับการมาเยือนเมืองดาลัด ใครเล่าจะพลาดเมืองดาลัด เมืองที่มีความสำคัญทางด้านสถานที่พักผ่อน และผลผลิตทางการเกษตรแบบเมืองหนาว

ใส่ความเห็น

search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close